บทความข่าวสารไอที

SSD กับ M.2 ต่างกันยังไง เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสม

SSD กับ M.2 ต่างกันยังไง เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสม

ในปัจจุบัน การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ หลายคนมักเลือกใช้หน่วยความจำหลักแบบ Solid State Drive (SSD) เนื่องจากช่วยให้การบูตเครื่องและเปิดใช้งานซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เร็วขึ้นหลายเท่าหากเทียบกับ Hard Disk Drive (HDD) แบบเดิม นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาอุปกรณ์หน่วยความจำรูปแบบใหม่อย่าง M.2 เพิ่มเข้ามาเพื่อเป็นตัวเลือก หากเพื่อน ๆ คนไหนที่ยังไม่รู้ว่า SSD กับ M.2 นั้นต่างกันยังไง วันนี้เรามาทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กัน รับรองว่าจะทำให้เลือกรูปแบบของหน่วยความจำมาใช้งานได้อย่างตอบโจทย์มากขึ้นอย่างแน่นอน

 

อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล SSD

SSD เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาของ HDD ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องของความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูล เนื่องจาก HDD จะใช้จานแม่เหล็กในการเก็บข้อมูล และหัวอ่านต้องเคลื่อนที่เพื่อเข้าถึงข้อมูลบนจานแม่เหล็กที่หมุนด้วยความเร็วสูง และแม้จะพยายามเพิ่มความเร็วแค่ไหน HDD ก็ยังไม่สามารถทำงานได้เร็วเทียบเท่ากับ SSD ที่ใช้เทคโนโลยี Semiconductor-Based ได้

 

SSD จะใช้ NAND Flash Memory ในการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งจะประกอบด้วยบล็อกที่เรียงกันเป็นโครงสร้างแบบ กริด ภายในแต่ละบล็อกจะมีเซลล์หน่วยความจำ (Memory Cell) หรือที่เรียกว่า เพจ หรือ เซกเตอร์ โดยแต่ละเซลล์จะสามารถบันทึกค่าข้อมูลในรูปแบบบิตได้หลากหลายรูปแบบ ดังนี้

 

        • SLC (Single Level Cell) เก็บข้อมูลได้ 1 บิตต่อเซลล์
        • MLC (Multi Level Cell) เก็บข้อมูลได้ 2 บิตต่อเซลล์
        • TLC (Triple Level Cell) เก็บข้อมูลได้ 3 บิตต่อเซลล์
        • QLC (Quad Level Cell) เก็บข้อมูลได้ 4 บิตต่อเซลล์
        • PLC (Penta Level Cell) เก็บข้อมูลได้ 5 บิตต่อเซลล์

 

จำนวนบิตต่อเซลล์มีผลต่อประสิทธิภาพและความทนทานของ SSD โดยเซลล์ที่เก็บบิตน้อย เช่น SLC จะทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีความทนที่สูงกว่า ในขณะที่เซลล์ที่เก็บบิตมาก เช่น QLC หรือ PLC จะมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า และสามารถจัดเก็บข้อมูลได้มากขึ้น อย่างใน SSD แบบ QLC แต่ละ Grid จะสามารถเก็บข้อมูลได้ระหว่าง 256 KB ถึง 4 MB

 

รูปแบบของ SSD

SSD หรือ Solid State Drive สามารถแบ่งรูปแบบออกได้ดังต่อไปนี้

 

        • แบ่งตามการใช้งาน

เบื้องต้นสามารถแบ่ง SSD ตามการใช้งานได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ SSD ที่ใช้ภายในคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ค (Internal SSD) และ SSD แบบพกพาสำหรับใช้งานภายนอก (External SSD)

 

        • แบ่งตามการเชื่อมต่อ

Internal SSD จะเชื่อมต่อผ่านพอร์ต SATA , IDE หรือ M.2 ส่วน External SSD จะเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB , eSATA หรือ Thunderbolt โดย SATA นั้นเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบเก่าที่มีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลที่ค่อนข้างต่ำ และเริ่มถูกแทนที่ด้วย PCIe และ NVMe

 

        • แบ่งตามประเภทของเซลล์เก็บข้อมูลในชิป NAND

ในปัจจุบัน เซลล์หน่วยความจำในชิป NAND ของ SSD สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

 

  • Single-Level Cell (SLC)
  • Multi-Level Cell (MLC)
  • Triple-Level Cell (TLC)
  • Quad-Level Cell (QLC)
  • Penta-Level Cell (PLC)

 

โดย SLC จะมีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในด้านความเร็วและความน่าเชื่อถือ ในขณะที่ QLC จะสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า (4 บิตต่อเซลล์) และทำงานได้ช้ากว่า แถมยังมีโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดมากกว่า และแม้ว่า QLC จะทำงานที่ช้ากว่า SLC แต่ก็ถือว่ามีความเร็วสูงกว่า HDD หลายเท่า

 

M.2 คืออะไร ?

M.2 เป็นหนึ่งในรูปแบบของ SSD ที่ถูกออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการใช้งาน โดยมาพร้อมกับการเชื่อมต่อแบบใหม่ที่ทันสมัย และมีขนาดเล็ก กะทัดรัด กว่า SSD แบบ SATA ที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งแม้ว่า SSD กับ M.2 จะทำหน้าที่เป็นหน่วยความจำเหมือนกัน แต่ M.2 จะได้รับการพัฒนาการเชื่อมต่อกับเมนบอร์ดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ดีขึ้น และได้รับความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

SSD กับ M.2 แตกต่างกันอย่างไร

SSD

SSD แบบดั้งเดิม ถูกออกแบบให้มีการเชื่อมต่อแบบ SATA และมีรูปร่างภายนอกขนาด 2.5 – 3.5 นิ้ว ซึ่งคล้ายกับ HDD ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่จะมีน้ำหนักที่เบากว่า เพื่อให้สามารถติดตั้งในช่องเดียวกับฮาร์ดดิสก์ได้ โดยความเร็วพื้นฐานของ SSD ประเภทนี้จะอยู่ที่ประมาณ 600 Mbps ซึ่งถือว่าเป็นความเร็วที่ต่ำที่สุดในบรรดา SSD ทั้งหมด

 

M.2

M.2 เป็นหน่วยความจำที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ด้วยขนาดที่เล็กและติดตั้งง่าย เพียงเชื่อมต่อกับพอร์ต M.2 และยึดด้วยน็อตเข้ากับเคสก็สามารถใช้งานได้ทันที ซึ่งจุดเด่นของ M.2 จะเป็นการช่วยประหยัดพื้นที่ภายในเครื่อง และมีความเร็วสูงถึง 3,500 Mbps อีกทั้งยังแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ M.2 SSD SATA และ M.2 SSD NVMe โดยเฉพาะรุ่น NVMe ที่มาพร้อมความเร็วที่เหนือกว่ามาก

 

เลือกใช้ M.2 อย่างไรให้เหมาะสม

1. M.2 SSD SATA

SSD กับ M.2 ต่างกันยังไง เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสมSATA หรือ Serial ATA ได้รับการพัฒนามาจาก Parallel ATA ซึ่งมีข้อจำกัดในด้านสายเชื่อมต่อ ต้นทุน และประสิทธิภาพ รวมถึงฟังก์ชั่นการทำงาน ด้วยการเปลี่ยนมาใช้ SATA ทำให้สามารถใช้งานบัสได้เต็มประสิทธิภาพ และมีความเร็วสูงขึ้นมาก โดยมีความเร็วที่เหนือกว่า HDD แบบเดิมถึง 15 เท่า ส่งผลให้ในช่วงเวลานั้น ผู้ที่เลือกซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่เริ่มหันมาใช้ M.2 SATA กันอย่างแพร่หลายกันมากขึ้น

 

2. M.2 SSD NVMe

SSD กับ M.2 ต่างกันยังไง เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสมNVMe (Non-Volatile Memory Express) เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของ SATA ทั้งในด้านอินเทอร์เฟซและโปรโตคอลการสื่อสาร โดย NVMe จะใช้บัสแบบ PCIe แทน SATA ซึ่งช่วยเพิ่ม Bandwidth และรองรับการสื่อสารหลายช่องทางได้ดีขึ้น อีกทั้งยังสามารถจัดการคิวคำสั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ทำให้ NVMe กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่เหนือชั้นในด้านการจัดเก็บข้อมูล ความเร็ว และประสิทธิภาพโดยรวม

 

ดังนั้น หากงบประมาณของเราเอื้ออำนวย การเลือกใช้งาน M.2 NVMe จะช่วยให้การอัปเกรดสเปคในอนาคตทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับสายเกมเมอร์ และนอกจากการ์ดจอแล้ว หน่วยความจำก็ถือเป็นอีกส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

 

ข้อดีของ SSD

  • มีความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูลที่เหนือกว่า HDD หลายเท่า
  • ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบา
  • ประหยัดพลังงาน
  • มีอายุที่ยาวนาน เพราะเสียหายยาก ไม่มีส่วนที่ต้องเคลื่อนไหว

ข้อเสียของ SSD

  • มีรอบการอ่าน-เขียนข้อมูลที่จำกัด จึงไม่เหมาะสำหรับใช้งานที่ต้องมีการทำงานตลอดเวลา เช่น บันทึกวิดีโอจากกล้องวงจรปิด
  • ราคาต่อความจุสูงกว่า HDD

 

สรุป

SSD กับ M.2 ต่างก็มีข้อดีและการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการเลือกใช้งานนั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของเรา หากใครที่ต้องการความเร็วสูงสุด และประหยัดพื้นที่ M.2 SSD เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่หากใครที่เน้นความคุ้มค่า และใช้งานทั่วไป SSD แบบ SATA ก็ยังถือเป็นอีกตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม

 

* เนื้อหาในบทความอาจมีผิดพลาดได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลใหม่อีกครั้ง